รถถังประจัญบาน เมอร์คาวา รุ่นมาร์ค 1

รถถังประจัญบาน เมอร์คาวา รุ่นมาร์ค 1 ได้ปฏิบัติหน้าที่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เป็นรุ่นดั้งเดิมที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของผู้บัญชาการกรมอิสราเอล ทาล และได้ถูกปรับเปลี่ยนและออกแบบมาเพื่อการผลิตขนานใหญ่ มาร์ค 1 มีน้ำหนัก 63 ตันและมีเครื่องยนต์ดีเซลที่ให้กำลัง 900 แรงม้า ซึ่งมีอัตรากำลังที่ 14 แรงม้าต่อหนึ่งตัน มันมีอาวุธหลักเป็นปืนเอ็ม68 ขนาด 120 มม. เป็นแบบลอกเลียนจากโรยัล ออร์ดแนนซ์ แอล7 ของอังกฤษโดยซื้อลิขสิทธิ์มา มีปืนกลขนาด 7.62 มม.อีกสองกระบอก และปืนคกขนาด 60 มม.ที่ด้านนอกรถถัง ซึ่งไม่มีที่กำบังให้กับผู้ใช้เวลาใช้งาน

การออกแบบโดยทั่วไปนั้นได้ยืมเอาตีนตะขาบของรถถังเซนจูเรียนของอังกฤษ ซึ่งถูกใช้อย่างหนักในช่วงสงครมยมคิปเปอร์

เมอร์คาวาทำการรบครั้งแรกในสงครามเลบานอน พ.ศ. 2525 ซึ่งอิสราเอลได้ใช้เมอร์คาวา 180 คัน แม้ว่าพวกมันจะทำงานได้สำเร็จ แต่รถหุ้มเกราะลำเลียงพลที่ร่วมรบด้วยได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากและต้องถอนตัวออกจากการรบ เมอร์คาวาจึงได้รับหน้าที่เพิ่มให้เป็นหน่วยพยาบาลสำหรับทหารราบ โดยการนำเอาส่วนเก็บกระสุนออก ทหาร 10 นายสามารถเข้าออกรถถังโดยใช้ประตูหลังของรถถังได้

หลังสิ้นสุดสงครามได้มีการติดตั้งและปรับเปลี่ยนมากมายให้กับเมอร์คาวา สิ่งสำคัญที่สุดคือการย้ายจุดติดตั้งปืนครกขนาด 60 มม.ไปไว้ในตัวรถและใช้การยิงด้วยรีโมตแทน เป็นจุดสำคัญที่อิสราเอลเรียนรู้มาจากเซนจูเรียน มาร์ค3 ที่ใช่ปืนครกขนาด 2 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งตาข่ายลูกโซ่เพื่อป้องกันอาร์พีจีและอาวุธต่อต้านรถถัง

ผีเสื้อ มีปีกเป็นแผ่นบางสองคู่

ผีเสื้อ มีปีกเป็นแผ่นบางสองคู่ ลำตัว ปีก และขาปกคลุมด้วยเกล็ดขนาดเล็กมากคล้ายฝุ่น เมื่อมองด้วยตาเปล่า เกล็ดเหล่านี้ทำให้เกิดสีต่าง ๆ กัน ปากเป็นงวงยาวม้วนเข้าอยู่ใต้หัวได้ มีทั้งชนิดหากินในเวลากลางวัน เรียก ผีเสื้อกลางวัน, พายัพเรียก กะเบ้อ กำเบ้อ ก่ำเบ้อ หรือ อีเบ้อ, และชนิดหากินในเวลากลางคืน เรียก ผีเสื้อกลางคืน, พายัพเรียก แมงกาย ผีเสื้อยักษ์ ชื่อผีเสื้อขนาดใหญ่หลายชนิด ตัวเมียเมื่อกางปีก วัดจากขอบปีกหนึ่งถึงอีกขอบปีกหนึ่งยาวได้ถึงยี่สิบเอ็ดถึงยี่สิบห้าเซนติเมตร ลำตัวยาวสี่ถึงห้าเซนติเมตร กว้างหนึ่งเซนติเมตรครึ่งถึงสองเซนติเมตร ลำตัวและอกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลแดง ปีกสีน้ำตาลแดง มีลวดลาย โดยเฉพาะบริเวณเกือบกึ่งกลางปีกมีลักษณะบางใสรูปคล้ายใบโพ

วงศ์ปลาผีเสื้อ ชื่อปลาทะเลทุกชนิด ลำตัวสั้น กว้าง แบนข้างมาก ปากเล็ก บางชนิดปากยื่นยาวเป็นท่ออยู่ปลายสุดของหัว เกล็ดสากมือคลุมถึงบนครีบหลัง ครีบก้น และครีบหาง สีสวยสด มักเป็นบั้ง แถบ หรือจุดคละกันหลายสี อาศัยอยู่ตามแนวหินปะการัง ขนาดยาวตั้งแต่สิบถึงสามสิบเซนติเมตร
ผีเสื้อเงิน หรือปลาเฉี่ยวหิน ชื่อปลาทะเลชนิด ลำตัวสั้นมาก รูปไข่แบนข้าง ครีบหลังและครีบก้นยาวพื้นลำตัวและครีบสีเทาเงิน มีแถบสีดำพาดขวางผ่านตาหนึ่ง แถบและอีกแถบโค้งผ่านแผ่นปิดเหงือกไปยังขอบหน้าของครีบหลังและครีบก้น ขนาดยาวได้ถึงยี่สิบห้าเซนติเมตร อยู่ในน้ำจืดได้

ผีเสื้อ เป็นไม้ขนาดเล็ก สูง 12 เมตร ฐานใบรูปหัวใจไม่สมมาตร ผิวใบเกลี้ยงเรียบหรือมีขนเล็กน้อย ดอกเป็นดอกช่อ ผลรูปมนรี สุกเป็นสีม่วง พบกระจายตั้งแต่รัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย บังกลาเทศ พม่า จีน ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

วัดธรรมิกราช เดิมชื่อ วัดมุขราช ตั้งอยู่ใน อำเภอพระนครศรีอยุธยา

วัดธรรมิกราช เดิมชื่อ วัดมุขราช ตั้งอยู่ใน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดกับพระราชวังโบราณ และวัดพระศรีสรรเพชญ์ ปัจจุบันยังเป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาและปฏิบัติธรรมอยู่ โดยมีพระครูสมุห์ธรรมภณเป็นเจ้าอาวาส

เมื่อพระเจ้าสายน้ำผึ้ง สร้างวัดพนัญเชิงนั้น พระราชโอรส คือพระเจ้าธรรมิกราช โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นที่บริเวณเมืองเก่าชื่อเมืองอโยธยาศรีรามเทพนคร ทางหน้าประตูด้านทิศเหนือคือ พระเจดีย์สิงห์ล้อม ๕๒ ตัวที่แตกต่างไปจากเจดีย์ทั่วไป นับเป็นพระเจดีย์สิงห์แห่งเดียวในพระนครศรีอยุธยา ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา ในสมัยต่อมา พระมหากษัตริยได้ทรงบูรณะมาโดยตลอด โดยสังเกตจากร่องรอยการซ่อม และพื้นที่ของวัดที่อยู่ทางทิศตะวันออกของพระนครฯ ตามคติโบราณถือว่าเป็นทิศมงคล ในสมัยสมเด็จพระไตรโลกนาถทรงธรรม (พ.ศ. ๒๑๕๓) ทรงบูรณะวัด และสร้างพระวิหารหลวง เพื่อฟังธรรมในวันธรรมสวนะ (วันพระ) สำหรับพระวิหารพระพุทธไสยยาสน์ (พระนอน) นั้น พระราชมเหสีของพระองค์มีพระราชธิดาประชวร ทรงอธิษฐานไว้เมื่อพระราชธิดาหายแล้วจึงสร้างพระวิหารถวาย น้ำพระพุทธมนต์ในพระวิหารนี้กล่าวกันว่ามี ความศักดิ์สิทธิ์มากมีประชาชนมาอธิษฐาน ขอไปใช้ตามความปรารถนาจำนวนมาก

พระราชพงศาวดารว่าเมื่อสิ้นรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เจ้าสามกรมต่างรวบรวมผู้คนเพื่อจะชิงราชสมบัติ พระธรรมโคดมวัดธรรมิกราช และพระราชาคณะวัดกุฏีดาว วัดพุทไธสวรรย์ วัดรามรามาวาส ไปเทศน์โปรดให้เจ้าทั้งสามกรมให้สามัคคีกันและให้กระทำสัตย์สาบาล

ฟุตบอลโลกฟีฟ่า เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ

ฟุตบอลโลก หรือ ฟุตบอลโลกฟีฟ่า เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศโดยมีชุดทีมชาติชายร่วมเข้าแข่งในกลุ่มสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ การแข่งขันจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี งดเว้นไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทีมชนะเลิศการแข่งขันครั้งล่าสุดคือทีมชาติเยอรมนี ที่ชนะในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก และจะเข้ารักษาแชมป์ เข้าสู่รอบสุดท้าย ในการแข่งขันครั้งต่อไป ที่จะจัดขึ้นในประเทศรัสเซีย รูปแบบการแข่งขันในปัจจุบัน การแข่งขันประกอบด้วย 32 ทีม เพื่อเข้าร่วมแข่งขันในสถานที่จัดงานของประเทศเจ้าภาพ ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณหนึ่ง เดือน การแข่งขัน 32 ทีมสุดท้ายนี้เรียกว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ส่วนในรอบคัดเลือกที่แข่งขันก่อนหน้านั้น ในปัจจุบันจะต้องใช้เวลาร่วมสามปี เพื่อตัดสินว่าทีมใดที่จะร่วมเข้าแข่งกับทีมประเทศเจ้าภาพ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 19 ครั้ง มีชาติที่ชนะในการแข่งขันแปดชาติ ทีมชาติบราซิลชนะห้าครั้ง และเป็นทีมเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขันในทุกครั้ง ส่วนทีมชาติอื่นที่ชนะการแข่งขันคือ ทีมชาติอิตาลี และ ทีมชาติเยอรมนี ชนะสี่ครั้ง, ทีมชาติอาร์เจนตินาและทีมชาติอุรุกวัย ชนะสองครั้ง และ ทีมชาติอังกฤษ ทีมชาติฝรั่งเศส และทีมชาติสเปน ชนะหนึ่งครั้ง การแข่งขันฟุตบอลโลกถือเป็นการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก ในการแข่งขันนัดตัดสินการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่จัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี

หลังจากที่เกิดการแข่งขันฟุตบอลโลกขึ้นแล้ว ในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่จัดขึ้นที่เมืองลอสแอนเจลิส ก็ไม่ได้รวมการแข่งขันฟุตบอลเข้าไปด้วย เนื่องจากความไม่ได้รับความนิยมในกีฬาฟุตบอลในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่อเมริกันฟุตบอลได้รับความนิยมมากขึ้น ทางฟีฟ่าและคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ที่มีความคิดเห็นต่างกันในเรื่องผู้เล่นในฐานะมือสมัครเล่น ดังนั้นจึงไม่มีการแข่งขันฟุตบอลในเกมนี้ แต่ต่อมาฟุตบอลได้กลับมาในกีฬาโอลิมปิกใน โอลิมปิกฤดูร้อน 1936 แต่ถูกลดความสำคัญลง เพราะความมีชื่อเสียงของฟุตบอลโลก ประเด็นในการจัดการแข่งขันในช่วงแรกของฟุตบอลโลกที่เป็นความยากลำบากในการเดินทางข้ามทวีปและสงครามนั้น มีทีมจากอเมริกาใต้บางทีมยินดีที่จะเดินทางไปยุโรปในการแข่งขันในปี 1934 และ 1938 โดยทีมบราซิลเป็นทีมเดียวในอเมริกาใต้ที่เข้าแข่งขันทั้ง สองครั้งนี้ ส่วนการแข่งขันฟุตบอลโลก ได้มีการยกเลิกไปเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่สองและพักจากผลกระทบของสงครามโลก

ฟุตบอลโลก จัดขึ้นที่ประเทศบราซิล เป็นครั้งแรกที่สหราชอาณาจักรเข้าร่วมการแข่งขัน ทีมสหราชอาณาจักรถอนตัวจากฟีฟ่า ที่ไม่พอใจในบางส่วนที่ต้องเล่นกับประเทศที่พวกเขาทำสงครามด้วย และบางส่วนเพื่อประท้วงด้านอิทธิพลและการบังคับจากต่างชาติ แต่ก็กลับเข้ามาร่วม หลังจากได้รับคำเชื้อเชิญจากฟีฟ่า การแข่งขัน ทีมแชมเปียนอย่างอุรุกวัยก็กลับเข้ามาร่วม หลังจากที่คว่ำบาตรฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง โดยทีมอุรุกวัยชนะในการแข่งขันอีกครั้ง หลังจากที่ชนะประเทศเจ้าภาพบราซิล นัดการแข่งขันนี้เรียกว่า “มารากานาซู” มีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 16 ทีม เมื่อออสเตรียรวมเข้ากับเยอรมนี หลังจากรอบคัดเลือก ทำให้มีทีมแข่งขันเหลือเพียง 15 ทีม เมื่ออินเดีย สก็อตแลนด์ และตุรกี ถอนตัวจากการแข่งขัน ทำให้มีทีมร่วมแข่งขันเพียง 13 ทีม ทีมที่เข้าร่วมแข่งขันส่วนใหญ่เป็นทีมจากยุโรปและอเมริกาใต้ มีส่วนน้อยจากอเมริกาเหนือ แอฟริกา เอเชียและโอเชียเนีย ทีมเหล่านี้มักจะแพ้อย่างง่ายดายกับทีมจากยุโรปและอเมริกาใต้ มีทีมนอกเหนือจากยุโรปและอเมริกาใต้ที่เข้าสอบรอบสุดท้าย คือ ทีมสหรัฐอเมริกา เข้ารอบรองชนะเลิศ ทีมคิวบาเข้ารอบรองชนะเลิศ ทีมเกาหลีเหนือ เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และทีมเม็กซิโกเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

สตาร์ วอร์ส อุบัติการณ์แห่งพลัง

สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลัง ประมาณ 30 ปีให้หลังการทำลายดาวมรณะดวงที่สอง ลุค สกายวอล์คเกอร์ เจไดคนสุดท้าย หายตัวไป ปฐมภาคี เจริญขึ้นจากจักรวรรดิกาแลกติกที่ล่มสลายและมุ่งกำจัดลุคและสาธารณรัฐ ฝ่ายต่อต้านซึ่งสาธารณรัฐหนุนหลังและมีผู้นำเป็นนายพลเลอา ออร์กานา น้องสาวฝาแฝดของลุค ต่อต้านปฐมภาคีขณะค้นหาลุคเพื่อขอความช่วยเหลือ

นักบินของฝ่ายต่อต้าน โพ ดาเมรอน พบผู้อาวุโสหมู่บ้าน ลอร์ ซาน เทคคา บนดาวเคราาะห์แจคคู เพื่อเอาแผนที่ไปตำแหน่งของลุค พลรบวายุภายใต้บังคับบัญชาของไคโล เร็นทำลายหมู่บ้านและจับตัวโพ ดรอยด์บีบีเอท ของโพหลบหนีพร้อมกับแผนที่ และเจอกับเรย์ คนเก็บของเก่า ที่นิคมขยะแห่งหนึ่ง เร็นทรมานโพและทราบเรื่องบีบีเอท สตอร์มทรูปเปอร์เอฟเอ็น-2187 ซึ่งไม่สามารถฆ่าคนตามคำสั่งปฐมภาคี ปล่อยโพและทั้งสองหลบหนีออกมาในเครื่องบินขับไล่ทายที่ขโมยมา โพเรียกชื่อเอฟเอ็น-2187 ว่า “ฟินน์” ทั้งสองตกบนดาวแจคคู และดูเหมือนฟินน์เป็นผู้รอดชีวิตคนเดียว เขาพบกับเรย์และบีบีเอท แต่ปฐมภาคีแกะรอยพวกเขาและเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ทั้งหมดหลบหนีดาวในยานมิลเลนเนี่ยม ฟาลค่อนที่ขโมยมา

ฟาลค่อนพัง และถูกยึดโดยยานที่ใหญ่กว่าซึ่งมีฮัน โซโลและชิวแบคคาเป็นคนขับ ซึ่งเอายานเก่าของพวกตนคืน ฮันอธิบายว่าลุคพยายามสร้างนิกายเจไดขึ้นใหม่ แต่ปลีกวิเวกไปหลังศิษย์คนหนึ่งถลำตนเข้าสู่ด้านมืดและทำลายทุกอย่างที่ลุคสร้างไว้ ในขณะเดียวกัน กลุ่มอันธพาลที่มุ่งสะสางหนี้กับฮัน โซโล ได้ขึ้นยานมิลเลนเนี่ยม ฟาลค่อน และพยายามเอาเรื่องกับเขาอีกทั้งยังแจ้งให้ปฐมภาคีทราบว่าฮันข้องเกี่ยวด้วย ณ ฐานสตาร์คิลเลอร์ของปฐมภาคีซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่ถูกแปลงเป็นสุดยอดอาวุธซึ่งสามารถทำลายระบบดาว ผู้นำสูงสุดสโน้ก สั่งนายพลฮักซ์ ให้ใช้มันเป็นครั้งแรก สโน้กยังถามเรนเกี่ยวกับการเข้ามีส่วนของฮัน โซโล บิดาของเขา เร็นประท้วงว่าฮานไร้ความหมายต่อเขา ลูกเรือฟาลค่อนดูแผนที่ของบีบีเอท และพิจารณาว่ามันไม่สมบูรณ์ พวกเขาเดินทางไปดาวเคราะห์ทักโคดานา และพบเจ้าของบาร์ มาส คานาต้า ซึ่งสามารถช่วยให้บีบีเอท ถึงฝ่ายต่อต้าน แต่ฟินน์ต้องการหนีไปคนเดียว เรย์ถูกดึงดูดสู่ห้องนิรภัยและพบกระบี่แสงซึ่งเป็นของลุคและบิดา อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ เธอเห็นนิมิตกวนใจและหนีเข้าป่า มาสยกกระบี่แสงให้ฟินน์เก็บรักษา

บิลบาโอ หรือ บิลเบา บางครั้งเรียกว่า บิลโบ ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศสเปน

แอทเลติกบิลบาโอ เป็นสโมสรฟุตบอลเมืองบิลบาโอในจังหวัดบิสเคย์ แคว้นบาสก์ เริ่มเล่นในปรีเมราดีบีซีออนในลาลีกาตั้งแต่เริ่มในปี ค.ศ. หนึ่งเก้าสองแปด เคยชนะเลิศลาลีกาแปด ครั้ง เป็นหนึ่งในสาม สโมสรที่ไม่เคยตกชั้นไปจากลาลีกา อีกสอง สโมสรคือ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดและสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา

บิลบาโอ หรือ บิลเบา บางครั้งเรียกว่า บิลโบ ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศสเปน เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นปกครองตนเองบาสก์และเป็นเมืองหลวงของจังหวัดบิซกายา ตั้งขึ้นในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 1843 โดยดอนเดียโก โลเปซ เด อาโรที่ ห้า ลอร์ดแห่งบิซกายา เมืองบิลบาโอเป็นบริเวณที่มีความคล่องตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมมากที่สุดของมหานครบิลบาโอซึ่งเป็นบริเวณที่มีประชากรจำนวนเกือบครึ่งของแคว้นบาสก์อาศัยอยู่ เฉพาะตัวเมืองมีประชากร 351,629 คน ส่วนในเขตมหานครบิลบาโอและปริมณฑลมีจำนวนประชากรประมาณ 950,000 คนโดยอาศัยอยู่หนาแน่นตลอดความยาวของแม่น้ำเนร์บีออน สองฝั่งของแม่น้ำสายนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงงานและธุรกิจจำนวนมาก ซึ่งได้นำความเจริญมั่งคั่งมาสู่พื้นที่ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม

ราชสโมสรกีฬาคีคอน หรือเรียกอย่างย่อว่า เอสปอร์ตินเดคีคอน, เรอัลเอสปอร์ติน และ เอสปอร์ติน เป็นสโมสรฟุตบอลสเปนจากเมืองคีคอน แคว้นอัสตูเรียส ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1905 ปัจจุบันเล่นในเซกุนดาดีบีซีออน มีสนามกีฬาเหย้าคือเอลโมลีนอน เป็นสนามฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในสเปนที่ยังคงใช้อยู่ เปิดมาอย่างน้อยตั้งแต่ปี ค.ศ. หนึ่งเก้าศูนย์แปด

เรอัลซาราโกซา เป็นสโมสรฟุตบอลสเปน จากเมืองซาราโกซา ประเทศสเปน เคยชนะในถ้วยโกปาเดลเรย์หกครั้ง และยังชนะในยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพหนึ่งครั้ง และถ้วยอินเตอร์-ซิตีส์แฟส์คัปหนึ่งครั้ง และซูเปร์โกปาเดเอสปาญาหนึ่งครั้ง ชุดทีมเหย้า ใส่เสื้อเชิร์ตและถุงเท้าสีขาว กางเกงสีน้ำเงิน ส่วนชุดสีทีมเยือนใช้สีดำและเหลือง สนามกีฬาทีมเหย้าคือ สนามรา โรมาเรียดา มีที่นั่ง 34,596 ที่นั่ง

วัดอมรินทรารามวรวิหาร หรือชื่อเดิมว่า วัดบางหว้าน้อย

วัดอมรินทรารามวรวิหาร หรือชื่อเดิมว่า วัดบางหว้าน้อย ตั้งอยู่เลขที่ 566 แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดราชวรวิหาร ต่อมาถูกจัดเป็นชั้นตรีชนิดวรวิหาร ตามประกาศลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2548

ในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ แล้วสถาปนาให้เป็นพระอารามหลวง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 กรมพระราชวังหลังได้ทรงสถาปนาวัดนี้ขึ้นใหม่ได้เป็นผู้สถาปนาขึ้นใหม่หมดทั้งพระอาราม คือ สร้างพระอุโบสถ พระระเบียง วิหาร กำแพงแก้ว ศาลาราย หอระฆัง หอไตร หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ กุฏิ เสนาสนะ และถนนในพระอาราม รัชกาลที่ 1 ได้พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอมรินทราราม” คู่กับวัดบางหว้าใหญ่ที่เปลี่ยนชื่อเป็นวัดระฆังโฆสิตาราม ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดถูกทิ้งระเบิดใส่ แต่อุโบสถไม่ถูกทำลาย

โรงเรียนวัดอมรินทราราม สังกัดกองการมัธยมศึกษา กรมวิสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งมาก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า ก่อตั้งมาแต่เมื่อใด เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ (ม.๑) – มัธยมศึกษาปีที่ ๘ (ม.๘) มีชื่อเสียงทั้งด้านวิชาการและด้านการกีฬาในยุคสมัยนั้น ต่อมา ปี พ.ศ. ๒๔๗๗ โรงเรียนวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นโรงเรียนสังกัดเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดระฆังโฆสิตา-รามวรมหาวิหาร ได้เปลี่ยนจากโรงเรียนชายไปเป็นโรงเรียนหญิงชื่อ “โรงเรียนสตรีวัดระฆัง” จึงโอนนักเรียนชายทั้งหมดมาเรียนที่โรงเรียนวัดอมรินทรารามและได้ชื่อใหม่ว่า “ โรงเรียนอมรินทร์โฆสิต ” และเปิดการสอนต่อมาจนถึง พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขึ้น สถานที่ตั้งโรงเรียนอยู่ใกล้สถานีรถไฟธนบุรีอันเป็นจุดยุทธศาสตร์ อาคารเรียนถูกลูกระเบิดทำลายและไฟไหม้หมด เมื่อสงครามโลกครั้ง ที่ ๒ สงบลง นักเรียนโรงเรียนอมรินทร์โฆสิตต้องไปอาศัยเรียนที่โรงเรียนทวีธาภิเศก ซึ่งภายหลังได้มีการรวมตัวกันก่อตั้ง “ สมาคมศิษย์เก่าทวีธาภิเศกอมรินทรโฆสิต ” ขึ้น เพราะสงครามโลกครั้งที่ ๒ โรงเรียนวัดอมรินทราราม ยุคเริ่มต้นจึงถูกยุบเลิกไปโดยปริยาย

หมากฮอส เป็นกลุ่มเกมกระดานวางแผนสำหรับผู้เล่นสองคน

หมากฮอส เป็นกลุ่มเกมกระดานวางแผนสำหรับผู้เล่นสองคน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเดินหมากเหมือนกันในแนวทแยงและการยึดบังคับโดยโดดข้ามหมากฝั่งตรงข้าม ประวัติกีฬาหมากฮอส เชื่อกันว่า หมากฮอส ก็คือกีฬาที่ดัดแปลงมาจาก หมากรุก นั่นเอง โดยดัดแปลงนำเอามาแต่เบี้ย และกำหนดกฎกติกาให้มี

ความง่ายขึ้น เล่นง่ายขึ้น แม้แต่เด็กยังเรียนรู้การเล่นหมากฮอสได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเดินของหมากฮอส จะคล้ายกับการเดินของควีน ในหมากรุก แต่ไม่สามารถเดินถอยหลังได้ จนกว่าจะเดินไปยังสุดกระดาน ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงการเดินตามกติกาที่ตั้งไว้

หมากรุกมีต้นกำเนิดจากประเทศอินเดียทางตอนเหนือ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1113 ส่วนหมากฮอสเริ่มเล่นกันที่ประเทศสเปน เมื่อ พ.ศ. 2090 ก่อนที่จะเริ่มแพร่หลายและได้รับความนิยมไปทั่วโลก ในระยะแรก หมากฮอส ยังไม่ได้รับการยอมรับ และได้รับการขนานนามว่า เป็นหมากสำหรับผู้หญิง และกติกา

ของหมากฮอสแต่ละท้องถิ่นก็ไม่เหมือนกัน เช่น บางประเทศ หมากจะกินฮอสไม่ได้ บางประเทศใช้ตาราง 10 x 10 ช่อง มีหมากข้างละ 20 เป็นต้น หมากฮอสสากล มีการแข่งขันในระดับประเทศและต่างประเทศ ได้รับการยอมรับกันทั่วโลก ผู้เล่นจะมีหมากข้างละ 12 ตัว ฝ่ายสีดำจะเป็นผู้เริ่มเล่นก่อน เมื่อ

ฝ่ายใดเข้าฮอส ก็จะนำหมากสีเดียวกัน วางซ้อนกันอีก 1 ตัว ฮอสจะเดินหน้าหรือถอยหลังกี่ช่องก็ได้ แต่ได้แค่แนวทแยงแนวเดียวเท่านั้น และการเล่นหมากฮอสในปัจจุบันได้ถูกค้นคว้าทดลองการเดินในแง่มุมต่าง ๆ มาแล้วหมดสิ้น

นักเล่นหมากฮอสที่เก่ง ๆ สามารถเดินเพื่อให้เสมอกันได้กี่กระดานก็ได้ ยกเว้นต้องการเดินเสี่ยงเพื่อเอาชนะ ในการแข่งขันหมากฮอส จึงเต็มไปด้วยการเล่นที่เสมอกัน เช่นการแข่งขันชิงแชมป์ระหว่าง แอนดรูว์ แอนเดอสัน แชมป์โลกหมากฮอสคนแรกกับ เจมส์ วิลลี่ย์ นักหมากฮอสที่มีชื่อเสียงที่สุดในอดีต มีการ

เสมอกันถึง 54 กระดาน กีฬาหมากฮอสจึงได้ฉายาว่า เป็นกีฬาแห่งการเสมอกัน ภายหลังได้เปลี่ยนกติกามาใช้กติกา 2 ก้าวบังคับ 47 วิธี และ 3 ก้าวบังคับ 137 วิธี สำหรับการเปิดหมาก ซึ่งเราได้ดัดแปลงนำมาใช้ เมื่อปี พ.ศ. 2427 ได้มีการจัดการแข่งขันประเภททีมระหว่างประเทศขึ้นครั้งแรก ระหว่าง

อังกฤษกับสก๊อตแลนด์ ปี พ.ศ. 2448 อังกฤษแข่งกับอเมริกา ปัจจุบันยังจัดการแข่งขันกันอยู่

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ใกล้กับเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี โดยมีเลขทะเบียนวัดที่ 24 ถนนประชาธิปก แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร การบูรณะวัดส่งผลให้วัดได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อันดับ 1 ให้โครงการบูรณะปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุมหาเจดีย์วัดประยุรวงศาวาส ด้านการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ยูเนสโก

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เป็นวัดที่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ ดิศ บุนนาค เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าพระยาพระคลัง ว่าที่กรมท่า และสมุหพระกลาโหม ได้อุทิศสวนกาแฟสร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2371 ซึ่งมีอาณาเขตติดกับบ้านสมเด็จเจ้าพระยาฯ ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2375 ได้ถวายเป็น พระอารามหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า “วัดประยุรวงศาวาส” ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดรั้วเหล็ก” เพราะมีรั้วเหล็กเป็นกำแพงวัดอยู่เป็นบางตอน รั้วเหล็กนี้สูงประมาณ 3 ศอกเศษ ทำเป็นรูปอาวุธคือ หอก ดาบ และขวาน ขวานสามหมื่น ปืนสามกระบอก หอกสามแสน มีลักษณะเป็นกำแพงและซุ้มประตูเล็กๆ เป็นตอนๆ วัดจากมุมวิหารคตข้างพระอุโบสถไปจรดกำแพงประตูวัดด้านตะวันออกยาว 148 เมตร ล้อมบริเวณอุทยานเขามอ เขาเต่า อีก 2 ด้านด้านตะวันตกยาว 48 เมตร ด้านใต้ยาว 43 เมตรล้อมเป็นกำแพงหน้าวัด ตอนขวามือเข้ามายาว 40 เมตร ตอนซ้ายมือเข้ามายาว 20 เมตร

มีเรื่องเล่าว่า รั้วเหล็กนี้เดิมสมเด็จพระเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์สั่งเข้ามาจากประเทศอังกฤษเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้ล้อมเป็นกำแพงในพระราชวัง แต่พระเจ้าอยู่หัวไม่โปรด สมเด็จเจ้าพระยาจึงขอรับพระราชทานมาใช้ล้อมเป็นกำแพงในวัด โดยใช้น้ำตาลทรายแลกเอา หนักต่อหนัก คือเหล็กหนักเท่าใด น้ำตาลทรายก็หนักเท่านั้น ในคราวเดียวกันนั้นยังทูลเกล้าฯ ถวายพรมผืนใหญ่ 1 ผืน กับโคมกิ่งแก้ว 3 โคม ซึ่งไม่โปรด จึงได้ทูลขอ พระราชทานโคมไปประดับในพระอุโบสถวัดนี้

วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท

วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยฝั่งตะวันตก เข้าทางถนนจรัญสนิทวงศ์ ตรงข้ามกับบางขุนนนท์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย พระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดราชวรวิหารวัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร เป็นที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดทอง ในสมัยกรุงธนบุรีเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมีพระราชดำรัสให้นำเชลยศึกพม่าจากค่ายบางแก้วไปประหารชีวิต ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอารามและพระราชทานนามว่า “วัดสุวรรณาราม” นอกจากนี้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท มีพระราชศรัทธาสร้างเมรุหลวงสำหรับใช้ในการพระราชทานเพลิงศพเจ้านายและขุนนางผู้ใหญ่ ซึ่งตามประเพณีต้องนำไปฌาปนกิจนอกกำแพงพระนครชั้นนอก เมรุหลวงนี้ใช้มาจนถึงในสมัยรัชกาลที่ 5

ในสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดสุวรรณารามและให้ช่างเขียนภาพฝาผนังในพระอุโบสถด้วย มีงานของจิตรกรอย่างหลวงวิจิตรเจษฎา (ทองอยู่) ผู้เขียนเนมิราชชาดก กับหลวงเสนีย์บริรักษ์ (คงแป๊ะ) ผู้เขียนมโหสถชาดก เป็นต้น

ทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม พระอุโบสถ สร้างตามแบบแผนศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ 1 มีเสาทรงสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง มีระเบียงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่อฟ้าใบระกาประดับกระจก หน้าบันจำหลักลายรูปเทพนมและรูปนารายณ์ทรงครุฑปิดทอง สถาปัตยกรรมอื่นๆ ภายในวัดได้แก่ พระวิหารสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งมีมุขขวางทั้งด้านหน้าและด้านหลังกับหมู่กุฏิสงฆ์ที่เป็นเรือนไม้ฝาปะกน เก่าแก่และงดงามมาก หมู่กุฏิสงฆ์ เป็นหมู่ตึก 6 หลัง มีหอฉันอยู่กลางและมีหอเล็กติดกำแพง 2 หอพร้อมทั้งหอระฆังและหอไตร